
ทุกๆ ท่านที่เริ่มสนใจเรื่องของการลงทุนนั้น น่าจะเคยได้ยินหรือรู้จักเกี่ยวกับ “CFD” กันมาบ้างมั้ยครับ ซึ่งเราเชื่อว่าหลายๆ ท่านอาจจะไม่ทราบความหมายที่แท้จริงเกี่ยวกับ “CFD คืออะไร” อย่างถ่องแท้ วันนี้เราจึงจะพาทุกๆ ท่านไปทำ “เข้าใจ CFD คืออะไร? ง่ายภายใน 5 นาที” กันครับ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราไปชมกันเล้ยย
CFD คืออะไร?
CFD ย่อมาจาก Contract for Difference หรือ สัญญาซื้อขายส่วนต่าง เป็นตราสารอนุพันธ์ (Derivative) ชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการเทรดในตลาดการเงินทั่วโลก
หลักการทำงานของ CFD:
หัวใจสำคัญของ CFD คือการที่ผู้เทรด ไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิงจริงๆ แต่เป็นการทำ “สัญญา” ระหว่างเทรดเดอร์กับโบรกเกอร์ (ผู้ให้บริการ) เพื่อแลกเปลี่ยนส่วนต่างของราคา (กำไรหรือขาดทุน) ของสินทรัพย์นั้นๆ ตั้งแต่เวลาที่เปิดสัญญาจนถึงเวลาที่ปิดสัญญา
ลองจินตนาการง่ายๆ ดังนี้:
- ถ้าคุณคาดว่าราคาทองคำจะขึ้น: คุณจะเปิดสถานะ “ซื้อ” (Buy หรือ Long Position) CFD ทองคำ
- ถ้าคุณคาดว่าราคาทองคำจะลง: คุณจะเปิดสถานะ “ขาย” (Sell หรือ Short Position) CFD ทองคำ
เมื่อคุณปิดสัญญา:
- ถ้าคุณ “ซื้อ” แล้วราคาขึ้น: คุณจะได้กำไรจากส่วนต่างของราคาที่เพิ่มขึ้น
- ถ้าคุณ “ซื้อ” แล้วราคาลง: คุณจะขาดทุนจากส่วนต่างของราคาที่ลดลง
- ถ้าคุณ “ขาย” แล้วราคาลง: คุณจะได้กำไรจากส่วนต่างของราคาที่ลดลง
- ถ้าคุณ “ขาย” แล้วราคาขึ้น: คุณจะขาดทุนจากส่วนต่างของราคาที่เพิ่มขึ้น
คุณสมบัติเด่นและประโยชน์ของ CFD:
- ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิง: นี่คือข้อได้เปรียบหลัก คุณสามารถเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาได้โดยไม่ต้องซื้อขายสินทรัพย์จริง เช่น ไม่ต้องซื้อทองคำแท่งจริง ไม่ต้องซื้อหุ้นจริง หรือไม่ต้องเป็นเจ้าของน้ำมันดิบ
- สามารถทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง (Long & Short):
- Long Position (ซื้อ): เปิดเมื่อคาดว่าราคาจะสูงขึ้น
- Short Position (ขาย): เปิดเมื่อคาดว่าราคาจะลดลง (ซึ่งต่างจากการซื้อหุ้นปกติที่ทำกำไรได้เฉพาะขาขึ้น)
- การใช้เลเวอเรจ (Leverage):
- CFD เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเลเวอเรจสูง ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถควบคุมสถานะการซื้อขายที่มีมูลค่าสูงกว่าเงินลงทุนเริ่มต้นของคุณได้มาก (เงินทุนที่ใช้เปิดออเดอร์เรียกว่า Margin)
- ข้อดี: ช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรจำนวนมากจากการลงทุนเพียงเล็กน้อย
- ข้อเสีย: เพิ่มความเสี่ยงในการขาดทุนจำนวนมากเช่นกัน หากราคาเคลื่อนที่ตรงข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ การขาดทุนอาจสูงกว่าเงินทุนเริ่มต้นที่คุณใช้เปิดออเดอร์ (แต่อย่างไรก็ตามโบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะมีระบบป้องกัน Negative Balance Protection เพื่อให้ไม่ขาดทุนเกินเงินในบัญชี)
- ความหลากหลายของสินทรัพย์: CFD สามารถซื้อขายได้กับสินทรัพย์หลากหลายประเภท เช่น:
- ฟอเร็กซ์ (Forex/FX): คู่สกุลเงินต่างๆ (EUR/USD, GBP/JPY)
- สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities): ทองคำ, น้ำมัน, เงิน, กาแฟ
- ดัชนีหุ้น (Indices): ดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลก (S&P 500, Dow Jones, DAX)
- หุ้น (Stocks): หุ้นของบริษัทต่างๆ (Apple, Google)
- คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrencies): Bitcoin, Ethereum (ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์)
- สภาพคล่องสูง: ตลาด CFD มักมีสภาพคล่องสูง ทำให้สามารถเข้าและออกจากสถานะได้ง่าย
- ไม่มีค่าธรรมเนียมแสตมป์ (Stamp Duty): เนื่องจากไม่ได้ซื้อขายสินทรัพย์จริง จึงไม่มีค่าธรรมเนียมภาษีการซื้อขายบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับการซื้อสินทรัพย์จริง
- การซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง: ตลาด CFD สำหรับสินทรัพย์บางประเภท เช่น Forex หรือบางดัชนี สามารถซื้อขายได้เกือบตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์
เป็นอย่างไรบ้างครับกับเนื้อเกี่ยวกับ “CFD คืออะไร” ที่เพียงอ่านผ่านๆ 5 นาที ก็น่าจะช่วยให้ทุกๆ ท่านได้เข้าใจกันมากขึ้นนะครับ
